บทความ

2024-01-11 Semi-Starvation Neurosis

โรคประสาทช่วงอดอาหาร

ภาวะ Semi-Starvation neurosis

หรือ "โรคประสาทช่วงอดอาหาร" อาจจะไม่ใช่คำศัพท์ทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ แต่อาจหมายถึงปัญหาผลกระทบทางด้านจิตใจและพฤติกรรมหลายประการที่เกิดจากการอดอาหารหรือการจำกัดแคลอรีเป็นเวลานานหรือมากเกินไป ส่งผลให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและจิตใจหลายประการ

อาการทางร่างกายที่พบบ่อยๆคือ น้ำหนักลดลง อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ วูบหมดสติ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ท้องผูก ผมร่วง ผิวหนังแห้ง ภูมิคุ้มกันลดลง ส่วนอาการทางจิตใจที่อาจพบได้คือ ซึมเศร้า วิตกกังวล หงุดหงิด มีความคิดหมกมุ่นแต่เรื่องการอดอาหาร พฤติกรรมการกินผิดปกติ เช่น กินจุกจิก กินเร็ว กินตอนกลางคืน เป็นต้น

อย่างที่ทราบกันว่า การควบคุมความอยากอาหารของคนเรานั้นควบคุมโดยฮอร์โมนที่เรียกว่า "ฮอร์โมนความหิว" (Hunger Hormones) และ "ฮอร์โมนความเต็มอิ่ม" ที่สำคัญและเป็นที่รู้จักมี 2 ชนิดคือ เกรลิน (Ghrelin) และเลปติน (Leptin) ซึ่งทั้ง 2 ชนิดนี้ ออกฤทธิ์ในทางตรงกันข้ามกัน เกรลินจะกระตุ้นความอยากอาหารและเพิ่มการรับประทานอาหาร ส่วนเลปตินจะระงับความอยากอาหารและลดการบริโภคอาหาร

เมื่อคนเราหิว ร่างกายจะผลิตเกรลินมากขึ้นและมีเลปตินน้อยลง เกรลินที่เพิ่มขึ้นและเลปตินที่ลดลงนี้จะส่งสัญญาณไปยังสมองว่าร่างกายต้องการอาหาร สมองจะตอบสนองด้วยการเพิ่มความอยากอาหารและกระตุ้นการรับประทานอาหาร

หากการทำงานของเกรลินและเลปตินผิดปกติ อาจจะทำให้เกิดโรคประสาทกึ่งอดอาหาร แต่ในปัจจุบันทางการแพทย์ ยังไม่เข้าใจกลไกการทำงานนี้ได้อย่างสมบูรณ์ แต่เชื่อกันว่าความผิดปกตินี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวิธีที่สมองประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับอาหารและความหิว ความผิดปกตินี้อาจเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง รวมถึงภาวะทุพโภชนาการ (Malnutrition) ความเครียด และสภาวะทางการแพทย์บางประการ

นอกจากนี้ โรคประสาทกึ่งอดอาหารสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ในร่างกายได้หลายอย่าง เช่น ทำให้อัตราการเผาผลาญลดลง ระดับฮอร์โมนความเครียดเพิ่มขึ้น ระดับเซโรโทนิน (Serotonin ฮอร์โมนทำให้รู้สึกดี) และโดปามีน (Dopamine) ฮอร์โมนที่ลดอาการซึมเศร้า หรือฮอร์โมนแห่งความสุขลดลง บางรายอาจจะคิดหมกมุ่นเกี่ยวกับการอดอาหาร จนเกิดภาวะเครียดสะสมมากจนเกินไป ยิ่งเป็นการซ้ำเติมทำให้สุขภาพแย่ลง

ภาวะ Semi-Starvation neurosis ระยะแรก (ระยะปรับตัว) ร่างกายจะพยายามรักษาระดับพลังงานให้คงที่โดยการลดการเผาผลาญและการใช้พลังงานของเซลล์ ส่งผลให้น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว อาการทางร่างกายและจิตใจที่พบคือ อ่อนเพลีย ง่วงนอน เบื่ออาหาร หงุดหงิด

ภาวะ Semi-Starvation neurosis ระยะที่สอง (ระยะทนอดอาหาร) ร่างกายเริ่มปรับตัวเข้ากับภาวะอดอาหาร ระดับพลังงานลดลง ส่งผลให้น้ำหนักลดช้าลง อาการทางร่างกายและจิตใจที่พบคือ มือเท้าเย็น หัวใจเต้นช้าลง ความดันโลหิตลดลง เวียนศีรษะ วูบหมดสติ อ่อนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง ท้องผูก ผมร่วง ผิวหนังแห้ง ภูมิคุ้มกันลดลง ซึมเศร้า วิตกกังวล หงุดหงิด ความคิดหมกมุ่นเกี่ยวกับอาหาร มีพฤติกรรมการกินผิดปกติ

สาเหตุของภาวะ Semi-Starvation neurosis
  • การตั้งใจอดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก หรือเพื่อรักษาโรคบางอย่าง จนร่างกายขาดแคลอรีมากเกินไปเป็นระยะเวลานานๆ เมื่อแคลอรีไม่เพียงพอต่อความต้องการพลังงานของร่างกาย อาจทำให้เกิดปัญหาทางร่างกายและจิตใจตามมา
  • การขาดแคลนอาหาร เช่น ภาวะทุพโภชนาการหรือเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ
  • ภาวะแทรกซ้อนทางการแพทย์ เช่น โรคมะเร็ง โรคไตวายเรื้อรัง
  • ปัจจัยทางสังคมและวัฒนธรรม ทัศนคติที่มีต่ออาหารและการกินมีส่วนทำให้เกิดภาวะนี้ได้
ภาวะ Semi-Starvation neurosis สามารถป้องกันได้ด้วยการรับประทานอาหารให้เพียงพอ ได้แคลอรี่ที่ไม่น้อยและไม่มากจนเกินไป รับประทานอาหารที่หลากหลายและครบถ้วน หลีกเลี่ยงการอดอาหารโดยที่แพทย์ไม่ได้แนะนำ

การรักษาภาวะ Semi-Starvation neurosis
ภาวะ Semi-Starvation neurosis สามารถรักษาได้ด้วยการรับประทานอาหารให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในแต่ละมื้อควรมีคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันในปริมาณและสัดส่วนที่เหมาะสม ควรรับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรู้สึกอิ่มได้นานมากขึ้น หากจำเป็นอาจจะให้การรักษาร่วมกับการรักษาทางจิตเวช เพื่อให้รู้ถึงปัญหาที่เป็นสาเหตุที่แท้จริงของภาวะการกินที่ผิดปกติ และการให้คำปรึกษาด้านโภชนาการเพื่อปรับแผนการรับประทานอาหาร การจัดการความหิวและความอยากอาหารร่วมกัน

ในบางกรณี อาจจำเป็นต้องใช้ยาเพื่อรักษาอาการของโรคประสาทกึ่งอดอาหาร เช่น ยารักษาอาการซึมเศร้าหรือวิตกกังวลเพื่อรักษาอารมณ์แปรปรวนและความวิตกกังวล และยารักษาทางจิตเวชเพื่อรักษาความคิดและพฤติกรรม

ในกรณีที่มีอาการรุนแรงอาจจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูสุขภาพร่างกาย เพื่อช่วยให้ร่างกายกลับมาทำงานได้อย่างปกติ โดยอาจรวมถึงการให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำ การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และการรักษาภาวะแทรกซ้อนต่างๆ

คำแนะนำการรับประทานอาหารสำหรับผู้ที่มีภาวะ Semi-Starvation neurosis
  • รับประทานอาหารให้บ่อยขึ้น โดยแบ่งเป็นมื้อเล็ก ๆ หลายมื้อในแต่ละวัน
  • เลือกรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เช่น อาหารต้ม นึ่ง หรือย่าง
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงหรือน้ำตาลสูง
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ผู้ที่มีภาวะ Semi-Starvation neurosis ควรหลีกเลี่ยงการอดอาหารโดยเด็ดขาด เพราะการอดอาหารจะยิ่งทำให้อาการแย่ลงและอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ และที่สำคัญควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสม


“ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์" เป็นคลินิกชั้นนำในกรุงเทพฯ ประเทศไทย ซึ่งให้บริการดูแลสุขภาพและความงามทุกมิติ บนพื้นฐานของเวชศาสตร์ชะลอวัย เพื่อการมีอายุยืนยาว

📍สอบถามหรือทำนัดหมายเพิ่มเติม
Add LINE: @vitallife_wellness orClick
📞Call: 02-066-8899