บทความ
CoolSculpting เทคโนโลยีสลายไขมันส่วนเกินด้วยความเย็น พร้อมกำจัดเซลล์ไขมันอย่างมีประสิทธิภาพ
CoolSculpting เทคโนโลยีสลายไขมันส่วนเกินด้วยความเย็น พร้อมกำจัดเซลล์ไขมันอย่างมีประสิทธิภาพ
Coolsculpting เป็นเครื่องมือที่ได้รับการรับรองจากสหรัฐอเมริกา (US FDA approved) ในการลดชั้นไขมันใต้ผิวหนังโดยไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัด (Non-Invasive Fat Layer Reduction)

Coolsculpting เป็นเครื่องมือที่ได้รับการรับรองจากสหรัฐอเมริกา (US FDA approved) ในการลดชั้นไขมันใต้ผิวหนังโดยไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัด (Non-Invasive Fat Layer Reduction)
หลักการทำงานของเครื่อง
- ใช้ความเย็นต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง เพื่อทำให้เซลล์ไขมันตายอย่างเป็นธรรมชาติและถูกขับออกจากร่างกายโดยระบบน้ำเหลือง โดยกระบวนการกำจัดเซลล์ไขมันจะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงเดือนที่ 4 หลังการรักษา บริเวณที่ทำการรักษาจะมีจำนวนเซลล์ไขมันน้อยลง หากในอนาคตน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อปริมาตรของเซลล์ไขมันเท่านั้น หมายถึงเซลล์ไขมันจะมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่จะไม่มีการเพิ่มจำนวนขึ้นอีก
เริ่มเห็นผลเมื่อไร
- เริ่มเห็นผลหลังการรักษาประมาณ 3 สัปดาห์ ผลการรักษาสูงสุดอยู่ที่ 1-3 เดือน
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดสัดส่วน กำจัดไขมันส่วนเกิน เช่นบริเวณต้นขา หน้าท้อง เอว ส่วนเกินด้านหลัง สะโพก และต้นแขน

- ระยะเวลาที่ใช้ในการทำต่อ 1 จุด ประมาณ 35 – 60 นาที ซึ่งสามารถทำพร้อมกัน 2 จุดในเวลาเดียวกันได้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ต้องการลดสัดส่วน
ความรู้สึกขณะรับการรักษา
- ในช่วง 5-10 นาทีแรก อาจรู้สึกตึง เย็น และปวดเล็กน้อย หลังจากนั้นความรู้สึกจะเริ่มบรรเทาลง
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้
- หลังการรักษาทันที ผิวหนังในบริเวณที่ทำการรักษาอาจมีอาการแดง ช้ำเล็กน้อย หรือแสบ
- 1-2 สัปดาห์หลังการรักษาอาจมีอาการผิวแดง ช้ำ บวม ระบบ กดเจ็บ คัน ผิวไวต่อความรู้สึก แสบ หรือชาได้ซึ่งอาการดังกล่าวสามารถหายได้เองภายในระยะเวลา 1 เดือน
ข้อดีเมื่อเทียบกับการดูดไขมัน
- หลังการรักษาด้วย CoolSculpting ไม่มีรอยแผลเป็น ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือทำงานได้ตามปกติ
การปฏิบัติตัวหลังการรักษา
- สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันและทำงานได้ตามปกติ เน้นดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนัก เช่น ต่อยมวย ประมาณ 1-2 สัปดาห์
ข้อควรระวัง
- ผู้ที่อยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีแผลเปิดในบริเวณที่จะทำการรักษา
- ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคไส้เลื่อนในบริเวณที่จะทำการรักษา