บทความ
ผมร่วงจัดการได้ ด้วย 4 เคล็ดลับ ลดปัญหาผมร่วงหลังคลอด
‘ภาวะผมร่วงหลังคลอด’
อาจทำให้คุณแม่สูญเสียมั่นใจ หลังคลอดลูกน้อย คุณแม่หลายต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งสาเหตุหลักนั่นคือ เปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายหลังคลอด
จนอาจเกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดบุตร หรือ เราเรียกว่า Baby blue ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนหลังคลอด ในคุณแม่บางคนที่มีความไวต่อความรู้สึกหรือมีประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาไม่ค่อยดีอาจจะมีอาการทางจิต ซึมเศร้า ไม่ร่าเริง
นอกจากปัญหาทางด้านจิตใจแล้ว ด้านร่างกาย พบว่า คุณแม่หลังคลอดหลายคนมักประสบปัญหา ผมร่วงหลังคลอด ทั้งที่ก่อนคลอดผมยังดูดกและหนา นั่นเพราะระหว่างที่ตั้งครรภ์ คุณแม่จะมีฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen hormone) อยู่ในระดับที่สูงต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ซึ่งฮอร์โมนนี้ทำให้เส้นผมอยู่ในช่วงเติบโตเป็นจำนวนมาก เส้นผมที่อยู่ในช่วงระยะพักมีน้อย แต่เมื่อคลอดแล้วฮอร์โมนที่ก่อนชนิดอื่น ๆ คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน จึงทำให้เส้นผมที่เคยอยู่ในช่วงเติบโต เปลี่ยนไปอยู่ในช่วงพัก ทำให้ผมหลุดร่วงออกไปจากศีรษะพร้อม ๆ กัน ปกติแล้วเราพบว่า ผมจะร่วงประมาณ 1 – 6 เดือน (เฉลี่ยอยู่ที่ 3 เดือน) โดยผมจะร่วงมากได้ถึงวันละ 400 – 500 เส้น แต่ปัญหาผมร่วงจะหมดไปเมื่อผ่านไปประมาณเดือนที่ 6 หลังคลอด ดังนั้นภาวะนี้ จึงเป็นภาวะที่เกิดขึ้นชั่วคราวเท่านั้น แต่จะส่งผลให้เกิดการสูญเสียความมั่นใจอย่างมาก
ป้องกันผมร่วงหลังคลอดอย่างไร
1. แนะนำให้รับประทานอาหารที่มีสารอาหารซึ่งจำเป็นต่อการเจริญของเส้นผม เหล่านี้
- อาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก เสริมความแข็งแรงของเส้นผม เช่น ไข่แดง (สัปดาห์ละ 3 ฟอง) และผักที่มีสีเขียวเข้ม เช่น ผักคะน้า ผักโขม
- อาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก เสริมความแข็งแรงของเส้นผม เช่น ไข่แดง (สัปดาห์ละ 3 ฟอง) และผักที่มีสีเขียวเข้ม เช่น ผักคะน้า ผักโขม
- อาหารเหล่าที่อุดมด้วยแร่ธาตุสังกะสี ป้องกันรังแค ลดการขาดของเส้นผม เช่น อาหารที่มีโปรตีนสูง ได้แก่ เนื้อสัตว์ทุกประเภท ตับ นม ปู กุ้ง ไข่ หอยนางรม ,อาหารพวกเมล็ดธัญพืช เช่น ข้าวกล้อง เมล็ดทานตะวัน งา และผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล
- อาหารที่อุดมด้วยไบโอติน (วิตามินบี 7 หรือ วิตามินเอช) ช่วยสร้างเคราตินลดภาวะผมร่วง ผมหงอกเร็วกว่าวัย ซึ่งไบโอตินพบได้ในตับ เนื้อวัว ปลาเนื้อขาว ข้าวกล้อง ข้าวโพด รำข้าวสาลี ไข่ นมเปรี้ยว
- อาหารที่มีสารซิลิกา (Silica) อยู่ในปริมาณสูงจะช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะให้มีสุขภาพแข็งแรงและลดการขาดหลุดร่วงของเส้นผม เช่น พริกชี้ฟ้า, พริกไทย, มันฝรั่ง, แตงกวา
- อาหารที่มีวิตามิน B สูง เนื่องจากวิตามิน B โดยเฉพาะวิตามิน B3,B5 และ B6 ที่เป็นวิตามินบำรุงผมโดยตรง พบได้ในอาหารจำพวกไข่, ถั่ว, ข้าวสาลี, ธัญพืชต่าง ๆ
- ผักสีเขียวและส้ม เพราะอุดมด้วยวิตามินเอและซี ซึ่งจำเป็นต่อการบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะให้แข็งแรง ทำให้รากผมยึดเกาะได้ดีขึ้น ผักเหล่านี้ ได้แก่ บล็อกโคลี่ ผักโขม คะน้า ผักบุ้ง ผักเคล แครอท ฟักทอง
2. หยุดการทำสีผม ดัดผม หรือเป่าผมโดยใช้ความร้อน นอกจากนั้น ควรหวีผมอย่างอ่อนโยนและควรใส่หมวกทุกครั้งที่ต้องออกไปเจอแสงแดด
3. ควรสระผมด้วยแชมพูที่ทำความสะอาดและบำรุงเส้นผมอย่างอ่อนโยน ปราศจากสาร SLS และซิลิโคน พร้อมสารสกัดจากธรรมชาติที่ฟื้นฟูหนังศีรษะและเส้นผม เช่น YOUVION ORGANIC DAILY SHAMPOO แชมพูที่อุดมด้วยน้ำมันจากพืชพรรณธรรมชาตินานาชนิด ที่ปราศจากสารก่อการระคายเคือง อีกทั้งยังเพิ่มความผ่อนคลายและให้กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์จากยูคาลิปตัส เปปเปอร์มินต์ ส้ม พร้อมสารสกัดจากเลมอนกระตุ้นการไหลเวียนเลือดที่หนังศีรษะทำให้รากผมได้ฟื้นฟูและแข็งแรงพร้อมสร้างผมใหม่ เคล็ดลับในการใช้แชมพู YOUVION ORGANIC DAILY SHAMPOO คือ หลังชโลมลงไปที่ผมแล้ว ขยี้จนเกิดฟองแล้วนวดโดยใช้นิ้วโป้งของมือทั้งสองข้างนวดที่ขมับ ส่วนนิ้วอื่น ๆ นวดที่บริเวณศีรษะ แล้วค่อยๆไล่ลงมาที่ต้นคอ ทำแบบนี้ประมาณ 5 ครั้ง จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและทำให้ผ่อนคลายไปในตัว
4.การบำบัดเซลล์รากผมด้วยเลเซอร์พลังงานคลื่นแสงความถี่ต่ำ เรียกว่า LLLT (Low Level Laser Therapy) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีบำบัดรักษาผมบาง ผมหลุดร่วงด้วยหมวกเลเซอร์กระตุ้นผม ซึ่งมีลักษณะคล้ายหมวกกันน็อค โดยใช้พลังงานคลื่นแสงความถี่ต่ำ สามารถมองเห็นด้วยตาเป็นแสงสีแดงและน้ำเงิน โดยใช้กลไกที่เรียกว่า Photochemical Reaction หรือใช้พลังงานจากแสงมากระตุ้นเซลล์ของร่างกายให้หลั่งสารเคมีมาซ่อมแซมเนื้อเยื่อและกระตุ้นการทำงานของเซลล์ในร่างกายได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเลเซอร์ตัวนี้ องค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้ยอมรับว่ามีประสิทธิภาพจริงสำหรับดูแลเรื่องผมบาง ผมร่วง โดยระยะเวลาในการทำและความถี่ในการเข้ารับการบริการ ประมาณ 30-40 นาทีต่อครั้ง แนะนำทำ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นระยะเวลา 4-6 เดือน เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน