บทความ
“ไคโรแพรคติก” ทางเลือกสำหรับออฟฟิศซินโดรมและอาการปวดเรื้อรัง
การจัดกระดูกโดยศาสตร์ “ไคโรแพรคติก” ทางเลือกสำหรับออฟฟิศซินโดรมและอาการปวดเรื้อรัง
Office syndrome นั้นเป็นคำเรียกกลุ่มอาการปวดเรื้อรังของกล้ามเนื้อที่มีหน้าที่ในการทรงท่า ไม่ว่าจะเป็น คอ บ่า ไหล่ หรือ หลังส่วนล่าง โดยแรกเริ่มนั้นกลุ่มอาการ Office syndrome ส่วนมากจะพบเจอได้ทั่วไปในกลุ่มคนช่วงวัยทำงาน โดยเฉพาะการทำงานในออฟฟิศ ที่ต้องอยู่ในท่านั่ง ใช้เครื่องพิมพ์ดีด หรือ คอมพิวเตอร์ ติดต่อกันเป็นเวลานาน จึงทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าและเกิดความตึงสะสมของกล้ามเนื้อ ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บเรื้อรังของกล้ามเนื้อนั้นๆได้
กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัย ในปัจจุบันนั้น จำนวนผู้ป่วยที่มีอาการ Office Syndrome ในวัยเด็ก และ ผู้สูงอายุนั้นมีแนวโน้มที่สูงขึ้นมาก เมื่อเราสังเกตไปรอบๆ เราจะพบผู้สูงอายุที่ก้มดูโทรศัพท์มือถือเป็นประจำ หรือ เด็กๆ ที่ต้องก้มดู แท็บเล็ต เพื่อจุดประสงค์ในการศึกษา หรือเพื่อการสันทนาการ อยู่แทบจะตลอดเวลา ซึ่งกิจวัตรเหล่านี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง ส่งผลให้ผู้ป่วยที่มีอาการ Office Syndrome นั้นมีแนวโน้มที่จะเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นอย่างมากในปัจจุบัน
วิธีจัดการกับอาการ Office Syndrome ที่ดีที่สุดนั้น คือการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรง และการยืดเหยียด เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น และเพื่อลดความตึงสะสมของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการทรงท่า รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หลีกเลี่ยงการทรงท่าอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งเป็นระยะเวลานาน รวมไปถึงการจัดท่าทางในการนั่งทำงาน และปรับปรุงสถานที่ในการทำงาน เช่นความสูงของเก้าอี้ให้เหมาะสม เป็นต้น ข้อปฏิบัติเหล่านี้จะช่วยบรรเทาอาการปวดเรื้อรังที่เป็นอยู่ และยังเป็นการป้องกันหรือลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอาการ Office Syndrome ได้อีกด้วย แต่ในบางกรณีที่อาการปวดนั้นเกิดขึ้นแล้ว การออกกำลังกาย หรือยืดเหยียดกล้ามเนื้ออาจจะไม่สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดได้ทั้งหมด ผู้ป่วยจึงควรได้รับการรักษาที่เหมาะสม โดยในปัจจุบันนั้น การบำบัดรักษาอาการ Office Syndrome นั้นมีหลายวิธีที่ผู้ป่วยสามารถเข้ารับบริการได้ เช่น การปรึกษาและรับยาจากแพทย์แผนปัจจุบัน, การทำกายภาพบำบัด, การฝังเข็ม, การนวดแผนไทย หรือการจัดกระดูก เป็นต้น ซึ่งการจัดกระดูกโดยศาสตร์ “ไคโรแพรคติก” ก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ผู้ป่วยสามารถเลือกเข้ารับบริการเพื่อบำบัดอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังที่มีประสิทธิภาพ
ไคโรแพรคติกนั้นเป็นศาสตร์แพทย์ทางเลือก ที่มีต้นกำเนิดในปี ค.ศ 1895 ณ รัฐ ไอโอว่า ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนาย แดเนียล เดวิด ปาล์มเมอร์ ซึ่งเป็นแพทย์ทางเลือกในขณะนั้น ได้นำความรู้ทางด้าน กายวิภาค, สรีรวิทยา, พยาธิวิทยา และวิทยาศาสตร์ มาประยุกต์ร่วมกับศาสตร์การแพทย์ทางเลือกในขณะนั้น กลายเป็น ศาสตร์แพทย์ทางเลือกไคโรแพรคติก โดยคำว่า Chiropractic นั้น มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก โดยผนวกคำว่า Cheir และ Praktikas แปลตรงตัวได้ว่า “การกระทำด้วยมือ” ซึ่งผู้ที่ให้การบำบัดรักษาโดยใช้ศาสตร์ไคโรแพรคติกนั้น จะถูกเรียกว่า ไคโรแพรคเตอร์ หรือ Doctor of Chiropractor นั่นเอง ในปัจจุบันนั้นศาสตร์ไคโรแพรคติก ได้กลายเป็นหนึ่งในศาสตร์แพทย์ทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศสหรัฐอเมริกาและในทวีปยุโรป รวมถึงได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้เป็นศาสตร์แพทย์ทางเลือกที่เป็นระบบ มีความปลอดภัย มีบรรทัดฐานสากล รวมไปถึงมีการรับรองหลักสูตรการเรียนการสอนที่เป็นมาตรฐานอีกด้วย
การเข้ารับการจัดกระดูกโดยศาสตร์ไคโรแพรคติกนั้น ไคโรแพรคเตอร์จะเริ่มการซักประวัติและตรวจประเมินร่างกายเบื้องต้นโดยให้ความสำคัญกับความผิดปกติของกระดูกสันหลัง ในเรื่อง
- ตำแหน่งโครงสร้าง (Alignment)
- การเคลื่อนไหว (Functional)
โดยทางทฤษฎี เมื่อเกิดความผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งกับข้อต่อกระดูกสันหลังแล้ว ระบบประสาทที่อยู่ ณ ระดับนั้นๆ จะไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ อาจจะส่งผลให้เกิดการซ่อมแซมที่บกพร่องของเนื้อเยื่อบริเวณนั้นๆ ซึ่งเป็นที่มาของอาการปวดเรื้อรัง เป็นๆหายๆ เป็นต้น เมื่อพบความผิดปกติของข้อต่อกระดูกสันหลังแล้ว ไคโรแพรคเตอร์จึงจะใช้มือ กดหรือดัด ไปที่ข้อต่อกระดูกสันหลังนั้นๆ เพื่อหวังผลในการปรับสมดุลของโครงสร้างกระดูกสันหลังและส่งผลไปยังระบบประสาทที่อยู่ในระดับข้อกระดูกสันหลังนั้นๆให้กลับมาทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งในบางครั้งการปรับข้อต่ออาจจะเกิดเสียงดังขึ้นในข้อ ทำให้ผู้ป่วยเข้าใจว่านี่คือการจัดกระดูกให้เข้าที่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไคโรแพรคเตอร์ ต้องการปรับข้อต่อเพื่อหวังผลให้เกิดความสมดุลและทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ของระบบประสาท ส่งผลให้อาการปวดลดลง และทำให้เกิดการผ่อนคลายของกล้ามเนื้อในเวลาต่อมา ซึ่งจะต่างจากการนวดคลายกล้ามเนื้อ หรือการใช้เครื่องเครื่องมือทางกายภาพบำบัดที่จะประสงค์ในคลายกล้ามเนื้อหรือรักษาไปยังเนื้อเยื่อที่ได้รับบาดเจ็บโดยตรง นอกจากอาการ Office syndrome แล้ว ศาสตร์ไคโรแพรคติกยังอาจเป็นทางเลือก ในการช่วยบำบัดอาการเรื้อรังต่างๆควบคู่ไปกับการแพทย์แผนปัจจุบันได้อีกด้วย เช่น อาการปวดศีรษะไมเกรน, ข้อไหล่ติด, ปวดสะโพกร้าวลงขา, ลำไส้แปรปรวน เป็นต้น
ถึงแม้ว่าการจัดกระดูกโดยศาสตร์ไคโรแพรคติกนั้นจะสามารถช่วยบำบัดอาการปวดเรื้อรังได้ แต่อย่างไรก็ตามการจัดกระดูกนั้นก็มีข้อจำกัด ข้อห้ามหรือข้อควรระวัง เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ทำให้เกิดภาวะ กระดูกพรุน, กระดูกบาง โรคมะเร็ง, โรคข้ออักเสบกลุ่มรูมาตอยด์, โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบชนิดยึดติด, ภาวะเส้นประสาทไขสันหลังถูกกดทับขั้นรุนแรง, ภาวะข้อต่อหลวม, ภาวะหลอดเลือดแข็งตัว, และ ภาวะหลอดเลือดโป่งพอง เป็นต้น สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ทราบหรือไม่มั่นใจว่าตนเองมีโรคประจำตัวเหล่านี้หรือไม่ ควรจะปรึกษาและเข้ารับการตรวจประเมินจากแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ป่วยไม่มีภาวะที่เป็นข้อห้าม หรือข้อควรระวังในการจัดกระดูก เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการเข้ารับการรักษาโดยศาสตร์ไคโรแพรคติก
เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ผู้ป่วยควรได้รับการปรับสมดุลของกระดูกสันหลังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยผู้ป่วยควรได้รับการปรับข้อต่ออาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ในช่วงระยะแรกของการรักษา เมื่อผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น ความถี่ของการรักษาจะห่างขึ้นตามการตอบสนองที่ดีขึ้นตามลำดับ
ซึ่งจำนวนครั้งของการจัดกระดูกโดยศาสตร์ไคโรแพรคติกจะขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย
โดยแต่ละครั้งจะใช้เวลาในการรักษาประมาณ 15-30 นาทีรวมการตรวจประเมิน