บทความ
การฝังเข็มบรรเทาอาการปวด
- มีงานวิจัยเกี่ยวกับการฝังเข็มในปี 2012 โดยการเก็บข้อมูลผู้ป่วยประมาณ 20,000 คน ที่มีอาการปวดเรื้อรัง เมื่อได้รับการรักษาด้วยการฝังเข็มพบว่าอาการปวดเรื้อรังดีขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์
- นักวิทยาศาสตร์และแพทย์แผนปัจจุบันอธิบายผลของการรักษาด้วยการฝังเข็มว่า จะทําให้เกิดการหลั่งของสารในระบบประสาท ซึ่งสามารถยับยั้งอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ ช่วยระงับอาการปวด และ ช่วยการอักเสบได้
- การฝังเข็ม เป็นวิธีการรักษาโรคฟื้นฟูสุขภาพส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค และมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง สามารถทำร่วมกับการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบันควบคู่กันไปได้ เพื่อผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
การฝังเข็ม (acupuncture) มีรากฐานมาจากการแพทย์แผนจีน (TCM) เป็นการสร้างสมดุลให้กับการไหลเวียนของพลังงานหรือพลังชีวิต ใช้การสอดเข็มเข้าไปในร่างกายเพื่อกระตุ้นเส้นประสาทรับความรู้สึกในผิวหนังและกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยรักษาอาการปวดเรื้อรังและสภาพร่างกายอื่นๆ ปัจจุบันเป็นวิธีการรักษาเสริมที่แพร่หลายทั่วโลก องค์การอนามัยโลก WHO ได้รับรองให้การฝังเข็มเป็นศาสตร์การรักษาโรคแขนงหนึ่ง และยังมีอีกหลายงานวิจัยที่พบว่า การฝังเข็มให้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพกับกลุ่มอาการและโรคหลายๆ โรค เช่น กลุ่มอาการปวดต่างๆ โรคทางระบบทางเดินอาหาร โรคทางสูตินรีเวช เป็นต้น การรักษาด้วยการฝังเข็มให้ผลการรักษาดีเทียบเท่า หรือ มากกว่าการใช้ยา ในบางโรคหรือบางอาการ และเป็นการรักษาที่ค่อนข้างปลอดภัยและยังมีงานวิจัยในปี 2012 โดยการเก็บข้อมูลผู้ป่วยประมาณ 20,000 คน ที่มีอาการปวดเรื้อรัง เมื่อได้รับการรักษาด้วยการฝังเข็มพบว่าอาการปวดเรื้อรังดีขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์
กลไกการทำงานของการฝังเข็ม
ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์และแพทย์แผนปัจจุบันได้พบหลักฐานที่นํามาอธิบายผลของการรักษาด้วยการฝังเข็มได้หลายประการ เช่น การปักเข็มลงบนจุดฝังเข็มจะทําให้เกิดการหลั่งของสารคล้ายมอร์ฟีนในประสาทส่วนกลางทั้งสมองและไขสันหลัง รวมทั้งประสาทส่วนปลาย คือสารเอนเคฟาลิน (enkephalins) และเอ็นโดรฟิน (endorphins) ซึ่งสามารถยับยั้งอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ ทําให้อาการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นลดลง ช่วยระงับอาการปวดได้ และ สารออโตคอน ที่มีผลช่วยลดการอักเสบ
การฝังเข็มทําให้เพิ่มการไหลเวียนเลือดและสารจําเป็น (Micro circulation) ทําให้บริเวณที่ได้รับการฝังเข็มนั้นมีการซ่อมแซมตัวเองได้รวดเร็วขึ้น อาการบวม ฟกช้ำ เลือดคั่ง ก็จะหายเร็วขึ้น
การฝังเข็ม รักษาอาการปวดแบบไหน / โรคอะไรได้บ้าง
จากข้อมูลสถิติทางคลินิก และการประกาศกลุ่มการรักษาที่ได้ผลดี ขององค์การอนามัยโลก WHO ระบุว่าการรักษาหรือโรคที่ใช้การรักษาด้วยการฝังเข็มแล้วเห็นผลเด่นชัดเป็นพิเศษ ได้แก่ อาการปวดเรื้อรังต่างๆ เช่น ปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง เอว หัวเข่า อาการปวดเนื่องจากสาเหตุต่างๆ ปวดจากโรครูมาตอยส์ ปวดจากการเคล็ด ขัดยอก ปวดประจําเดือน หรืออาการปวดที่มีสาเหตุมาจากความเครียดหรือก่อนมีประจําเดือน ปวดในระบบเส้นประสาทหรือปวดเส้นประสาทบนใบหน้า ปวดศีรษะไมเกรน อาการปวดหลังการผ่าตัด
การฝังเข็มของจีนอธิบายจุด ah-shi ซึ่งเป็นจุดที่ถูกเข็มแทงเข้าไปเพื่อกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาต่อความเจ็บปวด ว่าเป็นจุดฝังเข็มประเภทหนึ่ง เป็นหนึ่งในลักษณะทางสรีรวิทยาของจุดฝังเข็ม
ตัวอย่างการรักษา อาการปวดต่างๆ

ปวดหลังส่วนล่าง (Lower back pain)
กว่า 8% ของประชากรทั่วโลกมีอาการปวดหลังส่วนล่าง ทำให้อาการปวดหลังเป็นหนึ่งในปัญหาทางการแพทย์ที่พบบ่อยที่สุด อาการปวดหลังส่วนล่าง มีสาเหตุได้หลายอย่าง เช่น อุบัติเหตุ การลื่นล้ม การเล่นกีฬาที่มีการปะทะ และภาวะความเสื่อมที่ส่งผลต่อกระดูก หมอนรองกระดูก และเส้นประสาทของกระดูกสันหลัง
การรักษาอาการปวดหลังส่วนล่าง แพทย์แผนจีนจะใช้การฝังเข็มกล้ามเนื้อที่จุดกดปวด (ah-shi) ที่คนไข้รู้สึกปวดมาก และ ฝังเข็มจุดหลัก GV26,SI3,BL40,GV3,BL25 เลือกใช้ครั้งละ 2-4 จุด เทคนิค คือ หมุนกระตุ้นเข็ม
การฝังเข็มเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการปวดหลัง ซึ่งอาจจะรักษาด้วยการฝังเข็มเพียงอย่างเดียวหรือจะใช้ร่วมกับการออกกำลังกาย การดูแลด้วยไคโรแพรคติก การทำกายภาพบำบัด หรือการรักษาอื่นๆ ด้วยก็ได้
ปวดศีรษะ (Headache)
ปวดศีรษะ เป็นอาการที่พบได้บ่อย การแพทย์แผนจีนอธิบายกลไกของการเกิดอาการปวดศีรษะว่ามีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น เกิดจากลม ความเย็น และความชื้น อุดกั้นเส้นลมปราณ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก เกิดจากอารมณ์ที่แปรปรวน ความเครียด สุขภาพที่ทรุดโทรม หรือความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด การรักษาอาการปวดศีรษะโดยการฝังเข็มนั้น จะทำโดยใช้ฝังเข็มจุดหลัก GB20, GV20, GB5 ,GB43, LR2
ระยะเวลาในการรักษาด้วยการฝังเข็ม
โดยทั่วไปแพทย์แผนจีนจะพิจารณา ฝังเข็มสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ต่อเนื่อง 3-8 สัปดาห์ หรือ ภายใน 1-2 เดือน ตามแต่ความรุนแรงของอาการ และระยะเวลาที่เกิดอาการ
วิธีการเตรียมตัวก่อนการฝังเข็ม
- นอนหลับให้เพียงพอก่อนมารับการฝังเข็ม
- รับประทานอาหารให้พอเหมาะ ควรรับประทานอาหารก่อนประมาณ 1-2 ชม.เพื่อไม่ให้ท้องว่าง และไม่ควรรับประทานอาหารจนอิ่มมากจนเกินไป
- ควรแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สะดวกสบาย ไม่แน่นหรืออึดอัดเกินไป
- หากมีการตั้งครรภ์ ติดเครื่องกระตุ้นหัวใจ เป็นโรคความดัน โรคหัวใจ ทานยาละลายลิ่มเลือดให้แจ้งแพทย์ก่อนเข้ารับการรักษา
ข้อควรระวังก่อนการฝังเข็ม
สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว โรคติดต่อ และผู้ที่ทานยาละลายลิ่มเลือด หรือยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาความดัน ยารักษาโรคประจำตัว จำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
ข้อห้ามในการฝังเข็ม
การรักษาโดยการฝังเข็ม อาจจะไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคหรืออาการดังต่อไปนี้
- ผู้ป่วยโรคเลือดหรือมีความผิดปกติของระบบแข็งตัวของเลือดหรือผู้ป่วยที่รับประทานยากันเลือดแข็งตัว
- ผู้ป่วยที่เป็นโรคติดต่ออันตราย เช่น โควิด-19, วัณโรคระยะติดต่อ, เอดส์
- ผู้ที่เคยฝังเข็มแล้วเป็นลมบ่อยๆ
- สตรีตั้งกำลังครรภ์ ที่ยังไม่ครบระยะปลอดภัยสำหรับการฝังเข็ม
- ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่ยังไม่ได้รับการรักษา
การดูแลตัวเองหลังการฝังเข็ม
พักผ่อนให้เพียงพอ งดการออกกำลังกายหนัก งดการนวดหลังจากฝังเข็มอย่างน้อย 3 วัน
การฝังเข็ม คือศาสตร์หนึ่งในแพทย์แผนจีน เป็นวิธีการรักษาโรคฟื้นฟูสุขภาพส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค และมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง สามารถทำร่วมกับการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบันควบคู่กันไปได้ สนใจการฝังเข็มเพื่อรักษาโรค หรือบรรเทาอาการปวด คลิก
แพทย์จีน ธนินท์ธร ธรรมรงวรพร
ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์
“ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์" เป็นคลินิกชั้นนำในกรุงเทพฯ ประเทศไทย ซึ่งให้บริการดูแลสุขภาพและความงามทุกมิติ บนพื้นฐานของเวชศาสตร์ชะลอวัย เพื่อการมีอายุยืนยาว
📍สอบถามหรือทำนัดหมายเพิ่มเติม
Add LINE: @vitallife_wellness orClick
📞Call: 02-066-8899