บทความ
อายุจะยืนยาวได้ หัวใจต้องมีสุขภาพดี
การออกกำลังกายเป็นประจำเกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง โดยมีคำแนะนำให้ออกกำลังกายระดับปานกลาง เช่น การเดินเร็ว อย่างน้อย 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ ร่วมกับการฝึกความแข็งแกร่งและการยืดกล้ามเนื้อ
การสูบบุหรี่จะทำลายหลอดเลือดที่นำไปสู่หัวใจ สมอง และส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ทำให้มีโอกาสเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมองมากขึ้นถึงสี่เท่า และมีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวกะทันหันมากกว่าสามเท่า
การตรวจหาไขมันในร่างกายแบบทั่วไป (Lipid Profile) ไม่สามารถบอกความเสี่ยงในการเกิดหัวใจวายหรือหลอดเลือดสมองได้อย่างสมบูรณ์ ปัจจุบันนี้ มีการตรวจ Advanced Lipid ที่สามารถประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ดียิ่งขึ้น
หัวใจคนเรานั้นเต้นประมาณ 2.5 พันล้านครั้งตลอดอายุขัย ส่งผลให้เลือดหลายล้านแกลลอนไหลไปยังทุกส่วนของร่างกาย เมื่อหัวใจหยุดทำงาน การทำงานของอวัยวะต่าง ๆ จะล้มเหลวทันที ดังนั้นจึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การมีสุขภาพของหัวใจที่ดี ก็จะเชื่อมโยงและส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมและการมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น
คงจะรู้กันอยู่แล้วว่า โรคหัวใจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของทั้งชายและหญิง การจะมีสุขภาพหัวใจที่แข็งแรง ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ และการดำเนินชีวิต ว่าจะส่งผลดีหรือร้ายต่อหัวใจเพียงใด มีงานวิจัยจำนวนมากที่เน้นย้ำถึงผลกระทบของการดำเนินชีวิตที่มีต่อหัวใจ และให้คำแนะนำถึงวิธีการดำเนินชีวิต
10 เคล็ดลับ ที่จะช่วยดูแลสุขภาพหัวใจ และช่วยให้ชีวิตยืนยาวได้
1.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
มีการศึกษามากมายพบว่า การออกกำลังกายเป็นประจำมีความเกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการมีหัวใจที่แข็งแรง โดยมีคำแนะนำให้ออกกำลังกายระดับปานกลาง เช่น การเดินเร็ว อย่างน้อย 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ ร่วมกับการฝึกความแข็งแกร่งและการยืดกล้ามเนื้อ
2.เลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และมีประโยชน์ต่อหัวใจ
โดยเลือกการรับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง ผลไม้ ผัก ถั่ว ข้าวโอ๊ต ธัญพืชไม่ขัดสี โปรตีนไร้ไขมัน หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันทรานส์ น้ำตาล โซเดียม และอาหารแปรรูป จะช่วยให้สุขภาพของหัวใจดีขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคอื่น ๆ เช่น โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง และช่วยลดการอักเสบอีกด้วย
3. เลิกสูบบุหรี่
สารเคมีที่พบในบุหรี่ เช่น นิโคตินและสารหนู เป็นสารพิษที่สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อหัวใจ การสูบบุหรี่จะทำลายหลอดเลือดที่นำไปสู่หัวใจ สมอง และส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ซึ่งจะทำให้มีโอกาสเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมองมากขึ้นถึงสี่เท่า และมีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวกะทันหันมากกว่าสามเท่า มีการศึกษาพบว่า การเลิกสูบบุหรี่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้
4. ควบคุมน้ำหนัก
การมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้ ระดับความเสี่ยงต่อโรคหัวใจไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับการกระจายตัวของไขมันและกล้ามเนื้อทั่วร่างกายด้วย
5. จัดการกับความเครียด
ความเครียดสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวมได้หลายอย่าง ความเครียดเรื้อรังเชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคหัวใจ เนื่องจากความเครียดจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
วิธีจัดการความเครียด ที่ใช้ได้ผล ได้แก่ การออกกำลังกาย การทำสมาธิ การฝึกสติ การหายใจลึกๆ สิ่งสำคัญคือต้องจัดลำดับความสำคัญในการดูแลตนเองเมื่อจำเป็น และ ใช้เวลาให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้สำหรับกิจกรรมที่ทำให้เรามีความสุข
หากมีระดับความเครียดมากเกินที่จะจัดการได้ด้วยตัวเองหรือนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตที่ร้ายแรง เช่น ภาวะซึมเศร้าหรือความวิตกกังวล อย่าอายที่จะไปปรึกษาและขอคำแนะนำจากแพทย์
6. นอนหลับอย่างมีคุณภาพ
การนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสุขภาพของหัวใจ ควรนอนหลับให้ได้ 7 – 9 ชั่วโมงในแต่ละคืน หากมีปัญหาในการนอนหลับให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้สมองตื่นตัวก่อนเข้านอน หลีกเลี่ยงการเล่นโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต หากมีความผิดปกติของการนอนหลับจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจเกิดจาก การรับประทานอาหารที่ไม่ดี โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และการอักเสบในร่างกาย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ แพทย์จะได้แนะนำและให้การรักษาอย่างถูกต้อง
7.ลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปอาจทำให้อวัยวะสำคัญเสียหายและเร่งความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ มีการศึกษาพบว่า การงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นผลดีที่สุดต่อสุขภาพและการมีอายุที่ยืนยาว แอลกอฮอล์เป็นปัจจัยเสี่ยงสำหรับโรคเบาหวานประเภท 2 และ ความเสี่ยงด้านสุขภาพอื่น ๆ อีกทั้งการบริโภคแอลกอฮอล์ในระดับต่ำยังเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็งอีกด้วย
8.ควบคุมความดันโลหิต
ความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญสำหรับการเกิดโรคหัวใจ มีการศึกษาพบว่า การออกกำลังกายเป็นประจำ การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่วและพืชตระกูลถั่ว ปลา และผลิตภัณฑ์นมที่ไม่ปรุงแต่ง การควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วนจนเกินไป จะช่วยควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับดีขึ้นและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
การบริโภคเกลือมากกว่า 5 กรัม (หนึ่งช้อนชา) ในแต่ละวันมีผลต่อความดันโลหิตที่สูงขึ้น ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้นจึงควรเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูง และอาหารที่มีรสเค็ม
9. ควบคุมคอเลสเตอรอล
การควบคุมระดับคอเลสเตอรอลนั้นทำได้โดยการออกกำลังกายเป็นประจำ การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ เน้นอาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์และไฟโตนิวเทรียนท์ เช่น ผัก ผลไม้ เมล็ดธัญพืช ถั่วและพืชตระกูลถั่ว อาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัวที่ได้จาก ถั่ว เมล็ดพืช และน้ำมันมะกอก อาหารที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 เช่น ปลา ถั่วและเมล็ดพืช หรือหากจำเป็น อาจต้องควบคุมระดับคอเลสเตอรอลด้วยการรับประทานยา โดยต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์
10. ตรวจสุขภาพเป็นประจำ
การตรวจสุขภาพเป็นประจำสามารถตรวจหาและจัดการปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ เช่น ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูงและเบาหวาน การตรวจสุขภาพยังช่วยดูความแข็งแรงของหัวใจโดยรวมและลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด หรือหากตรวจพบความผิดปกติ แพทย์ก็จะช่วยรักษาได้ทันท่วงที
ปัจจุบันนี้ มีการตรวจไขมันประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ เนื่องจาก การทดสอบตรวจหาไขมันในร่างกายแบบทั่วไป (Lipid Profile) ยังไม่สามารถบอกความเสี่ยงในการเกิดหัวใจวายหรือหลอดเลือดสมองได้อย่างสมบูรณ์ การตรวจ Advanced Lipid จะทำให้สามารถประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยที่ดื้อต่ออินซูลิน หรือผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดบางคน มีโอกาสพัฒนาอาการโรคหัวใจและหลอดเลือดมากขึ้น แม้ว่าระดับ LDL- cholesterol จะอยู่ในระดับปกติ
ประโยชน์ในการตรวจ Advanced lipid คือ ประเมินความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น หัวใจวายหรือหลอดเลือดสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยบ่งชี้ปัญหาสุขภาพก่อนที่จะพบอาการของโรค
การตรวจประเภทนี้ เป็นการตรวจโดยการเจาะเลือด เพื่อดูค่า Apolipoprotein A1 (Apo-A1), Apolipoprotein, B Lipoprotein (a), hs-CRP (High Sensitivity C-Reactive Protein) และ APOE (for Cardiovascular Disease) ต้องงดน้ำและอาหาร 10-12 ชั่วโมงก่อนเจาะเลือด โดยผลตรวจใช้ระยะเวลาประมาณ 7 วัน
การรักษาสุขภาพหัวใจเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพโดยรวมและการมีอายุยืนยาว แต่ความต้องการของแต่ละบุคคลนั้นแตกต่างกันไป ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อกำหนดแนวทางที่ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพของหัวใจเพื่อการมีชีวิตที่ยืนยาว โดยต้องไม่ละเลยการดูแลตัวเอง ใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม ไม่ลืมที่จะออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และตรวจสุขภาพเป็นประจำ ปรึกษาแพทย์เพื่อการมีสุขภาพหัวใจที่ดีและมีชีวิตที่ยืนยาว