บทความ
FotoFinder® วิเคราะห์และติดตามการรักษา ปัญหาผมบาง ผมร่วง ด้วย Trichoscale AI
ทำไมต้องเลือก FotoFinder® ที่ VitalLife Skin & Aesthetic Center
- แพทย์ผู้ชำนาญการด้านการตรวจหามะเร็งผิวหนังและความผิดปกติของเส้นผม (Precision Dermatologist) พร้อมทีมแพทย์ศัลยกรรมและแพทย์ด้านมะเร็งที่ช่วยดูแลคนไข้แบบองค์รวม (Holistic Care Team)
- ระบบโปรแกรมอัจฉริยะที่รับการอัพเดตล่าสุด เพื่อช่วยแพทย์ผิวหนังคัดกรองหาความผิดปกติของผิวหนังอย่างแม่นยำ (Artificial Intelligence systems for dermatologists) ด้วย 2 ระบบ คือ
1. Moleanalyzer AI ตรวจจับมะเร็งผิวหนังเริ่มต้นอย่างแม่นยำแบบ Total Body Mapping ช่วยลดเวลาการตรวจสำหรับคนไข้ที่มีรอยโรคหลายจุด
2. Trichoscale AI วิเคราะเส้มผม โดยสามารถวัด จำนวนเส้นผม (Hair Count) ความหนาแน่นของเส้นผม (Hair Density) พร้อมวิเคราะห์เปอร์เซ็นต์และความหนาแน่นของ ผมเส้นใหญ่ (Terminal Hair) และ ขนอ่อน (Vellus Hair) วิเคราะห์เปอร์เซ็นต์และความหนาแน่นของผมระยะเจริญเติบโต (Anagen) และผมระยะหลุดร่วง (Telogen) และสามารถนับจำนวนต่อมผม (Hair Follicular) ได้ โดนระบบจะถ่ายภาพและจัดเก็บข้อมูล สามารถนำข้อมูลมาเปรียบเทียบ ติดตามผลการรักษาได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว แม่นยำ พร้อมรายงานผลให้ผู้รับการรักษาได้ทันที
- ถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ล่าสุด Medicam 1000s Video Dermoscope ซึ่งใช้เทคโนโลยี Full HD CrystalView technology ทำให้ได้ภาพที่คมชัด มีความละเอียดสูง ปลอดภัยและไม่เจ็บ เพื่อนำมาตรวจหามะเร็งผิวหนัง เส้นผมและหนังศีรษะรอยโรคได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นที่แรกๆในประเทศ เพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทย ที่ใช้เทคโนโลยีนี้เข้ามาประกอบการวินิจฉัย

วิเคราะห์และติดตามการรักษา ปัญหาผมบาง ผมร่วง ด้วย Trichoscale AI
การตรวจวินิจฉัยโรคเส้นผมและหนังศีรษะที่ถูกต้อง แม่นยำ เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คนไข้ได้รับผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด การนำเครื่องมือ FotoFinder ร่วมกับระบบวิเคราะห์เส้นผม Trichoscale AI ช่วยให้แพทย์ตรวจประเมินเส้นผมและหนังศีรษะของคนไข้ รวมถึงติดตามการรักษาได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่เจ็บ โดยคนไข้ไม่จำเป็นต้องตัดผมหรือโกนผมมาก่อน สามารถตรวจวัดจำนวนเส้นผม (Hair Count) ความหนาแน่นของเส้นผม (Hair Density) พร้อมวิเคราะห์เปอร์เซ็นต์และความหนาแน่นของ ผมเส้นใหญ่ (Terminal Hair) และ ขนอ่อน (Vellus Hair) วิเคราะห์เปอร์เซ็นต์และความหนาแน่นของผมระยะเจริญเติบโต (Anagen) และผมระยะหลุดร่วง (Telogen) และสามารถนับจำนวนต่อมผม (Hair Follicular) ได้ โดนระบบจะถ่ายภาพและจัดเก็บข้อมูล สามารถนำข้อมูลมาเปรียบเทียบ ติดตามผลการรักษาได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว แม่นยำ พร้อมรายงานผลให้ผู้รับการรักษาได้ทันที
ผมร่วงมีกี่ประเภท
-
ประเภทที่ 1 Non Scarring – ผมร่วงประเภทที่เซลล์รากผมยังไม่ถูกทำลาย เป็นกลุ่มที่พบได้บ่อย ตัวอย่างเช่น โรคผมบางจากพันธุกรรม ซึ่งพบได้มากถึง 50-75% ของคนที่มีอายุมากกว่า 50 ปี และแนวโน้มพบมากขึ้นในช่วงอายุที่น้อยลง โรคผมร่วงหย่อม โรคผมร่วงฉับพลันและเรื้อรัง ภาวะผมร่วงหลังคลอด ภาวะผมร่วงจากความผิดปกติของต่อมไร้ท่อหรือยาเคมีบำบัด และที่พบมากขึ้นในยุคปัจจุบัน คือ ผมร่วงภายหลังการติดเชื้อโควิดหรือภายหลังการฉีดวัคซีนโควิด ซึ่งกลุ่มนี้ เซลล์รากผมยังไม่ถูกทำลายแบบถาวร ถ้ารับการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นอย่างถูกต้อง เหมาะสม จะสามารถฟื้นฟูให้ผมกลับมาปกติได้ แต่หากปล่อยทิ้งไว้ บางโรคอาจพัฒนาไปสู่ผมร่วงอย่างถาวรได้
-
ประเภทที่ 2 Scarring – ผมร่วงประเภทที่เซลล์รากผมถูกทำลาย ทำให้ผมร่วงอย่างถาวร ตัวอย่างเช่น โรคแพ้ภูมิตนเอง (Cutaneous lupus erythematosus) โรค lichen planopilaris โรค frontal fibrosing alopecia โรคผมร่วงจากอุบัติเหตุ แผลไฟไหม้ การติดเชื้อบางชนิด ซึ่งจะทำให้เกิดการสูญเสียผมอย่างถาวรตามมา ซึ่งการรักษาที่มีประสิทภาพจะช่วยให้ชะลอและหยุดการทำลายของรากผมได้
สาเหตุที่ทำให้ผมร่วงหรือหยุดการเจริญเติบโตมี
- ความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หลังการตั้งครรภ์ การหมดประจำเดือนซึ่งอาจทำให้ฮอร์โมนขาดสมดุลและส่งผลให้ผมร่วง นอกจากนั้นในขณะที่ผู้ชายมีอายุมากขึ้นสัดส่วนของฮอร์โมนภายในร่างกายอาจมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งมีผลกระทบทำให้ผมเกิดการเจริญเติบโตที่ผิดปกติหรือช้าลงจนกระทั่งทำให้เกิดอาการศีรษะล้านได้
- โรคไทรอยด์ อาการของโรคไทรอยด์ คือสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่เกิดจากอิทธิพลของฮอร์โมนซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการผมร่วงได้
- ภาวะความเครียด ภาวะความตึงเครียดอาจส่งผลให้ผมร่วงได้ ยกตัวอย่างเช่น การคลอดลูก อาจก่อให้เกิดความเครียดและอาการผมร่วงในหลายสัปดาห์ต่อมาหลังการคลอดภาวะตึงเครียดในจิตใจของแต่ละบุคคลก็อาจก่อให้เกิดอาการผมร่วงได้เช่นกัน
- ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เป็นที่ทราบกันอย่างดีว่าการให้เคมีบำบัดจะส่งผลกระทบให้เกิดอาการผมร่วง ยารักษาไทรอยด์ ยาคุมกำเนิดแบบรับประทาน ยารักษาสิว ยารักษาโรคซึมเศร้า
- ภาวะทุพโภชนาการ ภาวะนี้อาจก่อให้เกิดอาการผมร่วงได้เช่นกัน การขาดสารอาหารบางประเภท โดยเฉพาะ ธาตุเหล็ก ซิงค์ อาจทำให้นำไปสู่อาการผมร่วงได้ นอกจากนี้การขาดวิตามินบางประเภทเช่นวิตามินดีบี 12 วิตามินซีวิตามินเอและไบโอตินก็อาจทำให้เกิดอาการผมร่วงได้เช่นกัน
การเตรียมตัวก่อนการตรวจ FotoFinder® สำหรับผู้ที่มีปัญหาผม
- ไม่จำเป็นต้องตัดผมหรือโกนผมมาก่อน
- สามารถจัดแต่งทรงผมได้ตามปกติ
- แพทย์ถ่ายภาพจาก สามบริเวณของศีรษะ คือ ด้านหน้า ด้านข้างและท้ายทอย จากนั้น ระบบจำทำการนับ วิเคราะห์ และรายงานผลได้ทันที
- ขั้นตอนง่าย สะดวก รวดเร็ว และไม่เจ็บ
FotoFinder® ควรทำบ่อยแค่ไหน
- สำหรับการตรวจหาความผิดปกติของเส้นผม แพทย์จะแนะนำมาตรวจประกอบการวินิจฉัยโรคก่อนเริ่มการรักษา และเพื่อติดตามหลังการรักษาภาวะผมร่วง ผมบาง ทุก 6-12 เดือน หรือแล้วแต่แพทย์พิจารณา
ศูนย์ดูแลผมครบวงจร ที่ไวทัลไลฟ์
บทความที่เกี่ยวข้อง